technology

Monday, August 22, 2005



พฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ลอกการบ้านจากเน็ต
โดย ผู้จัดการออนไลน์
19 สิงหาคม 2548 10:49 น.

กระแสโลกออนไลน์สร้างพฤติกรรมใหม่ให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กที่มีปัญหากับวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ไม่ยอมคิดแก้โจทย์การบ้านด้วยตนเอง แต่จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่ค้นหาคำตอบแทน วิธีค้นหาคำตอบที่เด็กยุคออนไลน์เลือกใช้ได้แก่ เข้าไปตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ทราบว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาวิชานั้น ๆ อยู่ และโพสต์คำถามเอาไว้ในบอร์ดหรือพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เป็นธรรมดาที่ผู้ที่มีความถนัดในสาขาวิชานั้น ๆ จะให้ความสนใจและค้นหาคำตอบของคำถามดังกล่าวมาให้ ซึ่งมีเด็กในสหรัฐอเมริกาหลายรายใช้วิธีนี้จนติดเป็นนิสัย และคิดว่าในอินเทอร์เน็ตมีคำตอบสำหรับการบ้านของพวกเขาแทนการพึ่งพาตนเองเหมือนเช่นในอดีต นอกจากนั้น กระแสของเทคโนโลยีเว็บเซอร์วิสที่มาแรงได้ทำให้เว็บไซต์จำนวนมากตั้งตัวเป็นเครื่องมือคำนวณผลลัพธ์ให้เด็กรุ่นใหม่ได้เสร็จสรรพ ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ของ “ดร.บ็อบ” (Ask Dr.Bob) เขาคือชายที่มีชื่อเสียงเรียงนามว่าโรเบิร์ต สจ็วต เว็บของเขาเป็นเว็บเซอร์วิสคอยให้คำตอบกับนักเรียนในเรื่องที่เกี่ยวกับมหาสมุทรเป็นหลัก สจ็วตเล่าว่า เคยพบเด็กนักเรียนส่งอีเมลการบ้านเป็นคำถาม 10 ข้อมาให้เขาหาคำตอบ วิธีแก้ปัญหาของเขาคือการส่งลิงค์ข้อมูลเว็บไซต์ที่ค้นพบ และระบุว่าให้เด็ก ๆ เป็นผู้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เด็กรักสบายเหล่านี้ได้ใจจนเกินไป สจ็วตเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมหาสมุทร และเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัย Texas A&M เขาเป็นคนหนึ่งที่คอยให้คำแนะนำดี ๆ กับเด็กนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ตราบใดที่เด็กเหล่านั้นใส่ใจและกระตือรือร้นที่จะเรียน และไม่ทำตัวขี้เกียจจนเกินไป นอกจากนั้น เขายังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากนาซ่าเป็นเงินถึง 100,000 เหรียญสหรัฐต่อปีในการพัฒนาเว็บเซอร์วิสที่มีชื่อว่า OceanWorld ด้วย “ผมพบว่ามีเด็กมากมายที่สนใจเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ และต้องการจะศึกษาในสิ่งที่พวกเขารัก” สจ็วตกล่าว ด้าน Henry Fliegler เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งเด็กออนไลน์ขนานนามเขาว่า “พระเจ้าแห่งวิชาคณิตศาสตร์” เขาเคยเป็นวิศวกรอยู่ในบริษัทออเรนจ์ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา เขาจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในแต่ละวันตอบโจทย์เลข 25 ข้อหรือมากกว่า วันหนึ่งเมื่อเขาลาออกจากตำแหน่งงานดังกล่าว จำนวนจดหมายขอบคุณที่เขาได้รับนั้นมีจำนวนมากพอจะทำให้เขารู้สึกดีกับวันที่เหลืออยู่มากขึ้นด้วย “ผมไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อนเลย” Fliegler กล่าว การอาศัยพึ่งพาบุคคลอื่นบนอินเทอร์เน็ตให้ทำการบ้านแทนให้อาจไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีนัก แต่ใช่ว่าเด็กนักเรียนจะได้รับความสะดวกสบายจากโลกออนไลน์เสมอไป เนื่องจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญนั้นส่วนมากจะมีงานต้องรับผิดชอบ และการมาตอบคำถามให้ก็เป็นในรูปของการช่วยเหลือกัน ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน คำตอบของการบ้านจึงอาจต้องรอนานกว่า 1 วัน อาจจะเป็น 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนก็เป็นได้

ของฟรีไม่มีในโลก จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเด็ก ๆ การไม่ทำการบ้านด้วยตนเองและพึ่งพาคนอื่นมากขึ้น ทำให้ผู้ใหญ่หัวใสหลายรายเห็นว่าบริการค้นหาคำตอบแบบทันใจจะเป็นธุรกิจทำเงินได้ และเริ่มเปิดตัวเว็บไซต์ของตนเองออกมาแข่งขัน บริการ AskMeNow ปรากฏตัวขึ้นเพื่อตอบโจทย์ด้านการไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้โทรศัพท์ไร้สาย ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความ หรือโทรศัพท์เข้ามาฝากคำถามเอาไว้ในระบบ จากนั้นให้รอรับคำตอบที่จะส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ภายใน 2-3 นาที ปัจจุบันบริการดังกล่าวได้เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมทดสอบฟรี แต่ถ้าหากเปิดอย่างเต็มรูปแบบแล้วคาดว่าจะคิดเงินค่าถามคำถามและหาคำตอบมาให้ในราคา 49 เซนต์ และสำหรับนักเรียนอาจลดราคาให้พิเศษด้วย กูเกิลเองก็ได้เสนอบริการที่มีชื่อว่า Google Answer โดยคิดค่าใช้จ่ายในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการให้ค้นหาข้อมูลที่สอดคล้องกับคำถาม สามารถจ่ายชำระด้วยบัตรเครดิตได้ด้วย แต่สำหรับผู้สมัครที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง หรือในบางบริษัทได้เสนอตัวทำการบ้านแทนให้ในราคาข้อละ 20 เหรียญสหรัฐเลยก็มี เน้นคุณธรรม จากกระแสดังกล่าว นักเรียนนักศึกษาเองก็ต้องใช้ความพยายามให้มากก่อนที่จะรบกวนถามคำถามผู้อื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต และคำถามบางคำ เรื่องบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรถาม ถ้าหากสามารถค้นหาได้ด้วยตัวเอง เช่นตัวย่อของคำว่า "NASA" เพราะการใช้อินเทอร์เน็ตแบบไม่ถูกวิธีจะทำให้มันกลายเป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับคนขี้เกียจเท่านั้นเอง แซลลี่ อิลแมน ติวเตอร์ด้านฟิสิกส์และคณิตศาสตร์รายหนึ่งจาก Elluminate กล่าวว่า เขาเคยถูกขอร้องให้แสดงการคำนวณโจทย์ข้อหนึ่งแบบละเอียดตรงตามขั้นตอน “ถ้าเด็ก ๆ เข้ามาที่เว็บของ Elluminates แล้วคิดว่าเขาสามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ ขณะที่อีกฟากหนึ่งมีคนกำลังทำการบ้านแทนพวกเขาแล้วล่ะก็ ต้องบอกว่าคิดผิดถนัด” แซลลี่กล่าว แต่ก็มีอีกหลายแห่งที่เลือกสอนนักเรียนนักศึกษาอย่างมีจริยธรรม โดยจะใช้วิธีการฝึกให้พวกเขาทำวิจัย ค้นคว้าหาข้อมูลมากกว่าจะเป็นฝ่ายเตรียมคำตอบเอาไว้ให้ เช่น Scholastic เป็นต้น "การเรียนรู้ที่ดีไม่ใช่การได้คำตอบอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการค้นหาวิธีที่จะทำให้งานวิจัยชิ้นนั้นดียิ่งขึ้นไป" เซท รัดเวลล์ กรรมการบริหาร Scholastic ฝ่ายเว็บไซต์กล่าว คำตอบที่ได้จากการค้นหาด้วยตนเองกับคำตอบที่ได้จากผู้อื่นมักมีความแตกต่างกันออกไป ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยพึ่งพาข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีของเด็กในยุคปัจจุบันอาจนำมาซึ่งความเชื่อมั่นในข้อมูลแบบผิด ๆ และอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้โดยง่าย อีกทั้งไม่ได้เป็นการพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างแท้จริง การเลือกตอบโจทย์คำถามด้วยตนเองต่างหากที่จะพัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์ และการใช้เหตุผลในเด็กได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งน่าเสียดายอย่างยิ่งที่เด็กรุ่นใหม่หลายคนมองข้ามความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ไป

0 Comments:

Post a Comment

<< Home